นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”

ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ

ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ

ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน

ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…

ผลแห่งความตระหนี่

เรา มีเงินหนึ่งพันบาทเก็บไว้ เก็บไว้เท่าไรก็ไม่เห็นมันแสดงอาการอะไร เก็บไว้อย่างนั้นเจ้าของก็ภูมิใจว่าเรามีเงินพันบาท เงินพันบาทอยู่โน้น เจ้าของอดตายอยู่นี้ ไม่เห็นเป็นประโยชน์อะไรเจ้าของก็เงินพันบาทพอจับเงินพันบาทนี้ไปซื้อสิ่ง ของปั๊บ ได้ผลได้ประโยชน์มาเลย พอจับเงินนี้ไปเสียสละทำบุญให้ทานนี้ ทางผู้ได้รับ มีความยิ้มแย้มแจ่มใสตอบรับกันเราก็ให้ด้วยความยินดี ให้ด้วยความเมตตาสงสาร เขาก็รับด้วยความยินดี เพราะเราไปสงเคราะห์เขา นั่นแสดงความดีใจขึ้นมาในทันทีทันใด เงินจำนวนนี้นะ จำนวนที่เราเสียสละถ้าเก็บไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ไม่เห็นมีอะไร เจ้าของก็ภูมิใจ บ้าไปอย่างนั้นล่ะ ตายแล้วก็มาเป็นเปรตเป็นผีเฝ้าสมบัติภูมิใจกับเปรตของตัวเองนั่นแหละ แต่เวลาเอาไปเสียสละแล้ว ภูมิใจในการได้ให้เขาด้วย เขาก็ภูมิใจในการที่ได้รับจากเราด้วย

บทเรียน..จากชายขายส้มตำ

เที่ยงวันหนึ่ง ฉันเดินออกไปทานข้าวกลางวันกับพี่ๆที่ออฟฟิตเหมือนทุกๆวัน บังเอิญไปเจอส้มตำเจ้าอร่อย(คนที่ออฟฟิตบอก) เป็นชายวัยกลางคนตัวสูงผอม ผิวคล้ำไปด้วยแดด จากการเดินเข็ญรถขายส้มตำตลอดวัน?? ฉันแวะสั่งส้มตำปูปลาร้า (แหนะกินเป็นน่ะ) ส้มตำเจ้าอร่อยหรือไม่อร่อย ฉันวัดจากตำปูปลาร้านี่หละ เห็นน้าเค้าเข็ญผ่านหน้าออฟฟิตไปหลายทีแต่ไม่มีโอกาสได้กินสักที วันนี้หละ
?? ในขณะที่พ่อค้ากำลังง่วนกับการตำ ให้ลูกค้าเจ้าอื่นอยู่ ฉันก็สำรวจรถเข็ญของน้าเค้าไปเรื่อย มีทั้ง ถั่วแระต้ม ข้าวโพดต้ม ไก่ทอด กุ้งทอด เต็มไปหมด ฉันเห็นผักสดที่กินแกล้มกับส้มตำอยู่ในถัง มัทั้งผักบุ้งยอดอ่อน ใบบัวบกก้านยาวๆ กะหล่ำปลี และอีกชนิดเรียกไม่ถูกคล้ายๆ ก้านผักตบชวา เค้าว่าอร่อย
?? พ่อเค้าหยิบถุงพลาสติกให้ฉัน บอกว่า จะกินผักอะไรก็หยิบเอาเลย ตามสบาย
?? ฉันบอกไปว่า ” แหม๊ ให้ลูกค้าหยิบผักเองแบบนี้ แล้วจะได้กำไรเหรอน้า?”
?? น้าคนขายส้มตำยิ้ม แล้วบอกว่า “ก็ได้กำไรชีวิตไงหนู”? ฉันอึ้งกับคำพูดที่ดูจริงจังของน้าเค้ามาก ว้าว ยังมีคนที่คิดแบบนี้ในสังคมอีกกี่คนหนอ มันไม่ใช่แค่เรื่องผักเล็กๆน้อยๆหรอก แต่ฉันคิดว่ามันอยู่ที่จิตใจของคนพูดมากกว่าที่ออกมาจากใจจริง?
? ในยุคที่ น้ำฟรี ตามร้านข้าว ไม่มีให้กินแล้ว บางร้าน ทิชชู่ยังต้องซื้อถ้าจะเอา คงจะพอมีคนประเภทอยุ่ในมุมเล็กๆของเมืองที่เรียกว่า กรุงเทพฯ อยุ่บ้าง?
?? ไม่ใช่ดีแต่พูดว่า [...]

ป๋าเปรม ชี้คนดีเท่านั้นรู้จักคำว่า เสียสละ

“ผมดีใจและตกใจที่ เจอคนยากจน ที่ดีใจเพราะได้เห็นด้วยตาว่า คนจนขนาดนั้นในบ้านเรามี และประหลาดใจว่าทำไมปล่อยให้บ้านเรามีคนจนขนาดนี้ แต่ก็ดีใจที่หมอชนบทเป็นผู้เสียสละเป็นตัวอย่างที่ดีในบ้านเรา เพราะคนดีเท่านั้นที่รู้จักเสียสละ คนไม่ดีไม่รู้จัก หมอที่ได้รับรางวัลก็ได้เสียสละ และควรได้รับการยกย่องตรงนี้” พล.อ.เปรม กล่าว