<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภูมิใจ &#124;ความดี &#124; แรงบันดาลใจ&#124; pround.in.th</title>
	<atom:link href="http://www.proud.in.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.proud.in.th</link>
	<description>ความภาคภูมิใจของคนหนึ่งคน อาจเป็นความแรงบันดาลใจให้ใคร อีกหลายคน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Dec 2009 08:40:03 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>จากนี้จนวันสุดท้าย..ขอให้ลูกสุขที่สุด</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/12/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/12/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 08:40:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ชัก]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[เพจ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคสมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[เพจ วัย 15 ปี ป่วยด้วยโรคทางสมองที่เกิดกับคนเพียง 12 คนบนโลกใบนี้ และอาจเสียชีวิตได้ทุกนาทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.82 -->
<!-- Post[count: 1] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:right;margin:12px;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-0789060146197527";
/* 468x60, banner */
google_ad_slot = "5139185892";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><p><strong>เดลิเมล์ ? สำหรับราเชล และลีห์ แบดแมน คำอธิษฐานเดียวในวันคริสต์มาสปีนี้คือ ขอให้ลูกสาวที่ป่วยร้ายแรงมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม</strong><br />
<img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="5" height="1" /></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350">
<tbody>
<tr>
<td width="350" align="center" valign="Top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/552000015842201.JPEG" border="0" alt="" width="350" height="249" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">เพจ ท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาสในทุกวันที่เหลืออยู่</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เพจ วัย 15 ปี ป่วยด้วยโรคทางสมองที่เกิดกับคนเพียง 12 คนบนโลกใบนี้ และอาจเสียชีวิตได้ทุกนาทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า</p>
<p>อาการของเพจทรุดลงเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กระทั่งพ่อแม่ตัดสินใจแต่งบ้านรับเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่วันที่ 1 เดือนที่แล้ว เพื่อให้ลูกสาวได้มีความสุขกับบรรยากาศของวันโปรดที่สุดในรอบปี</p>
<p>นับจากนั้น เพจได้แกะของขวัญและต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนเนืองๆ ระหว่างช่วงเวลา 5 ชั่วโมงที่ตื่นอยู่ในแต่ละวัน โดยที่พ่อแม่แอบหวั่นหวาดในใจทุกครั้งที่ลูกสาวหลับตาว่าลูกอาจไม่ตื่นขึ้น มาอีก</p>
<p>เพจเป็นโรคที่เรียกว่ากลุ่มอาการพิตต์ ฮอปกินส์ ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้สมองฝ่อและมีปัญหาการหายใจขั้นรุนแรง</p>
<p>เชื่อว่าในโลกมีผู้ป่วยโรคนี้ที่ได้รับการยืนยันเพียง 12 ราย แม้อาจมีรายอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยก็ตาม</p>
<p>ความผิดปกตินี้พบน้อยมากกระทั่งมีการวิจัยเพื่อหาทางรักษาจำกัด กรณีของเพจนั้นได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการว่าเป็นโรคนี้เมื่อสี่ปีที่ แล้ว และนับจากนั้นอาการของเธอก็รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ</p>
<p>ราเชล วัย 33 ปี ที่อาศัยอยู่ในบริสตอล อังกฤษ พูดถึงอาการของลูกสาวว่าเหมือนกำลัง ?อยู่ในแดนประหาร? เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าตื่นมา เธอจะยังมีลูกสาวอยู่หรือไม่</p>
<p>?ถ้ามีคนถามว่าเรากระตือรือร้นอยากให้ถึงคริสต์มาสหรือ เราจะตอบว่าใช่ แต่เราคิดเสมอว่า ?เพจจะอยู่กับเราในวันนั้นด้วยหรือเปล่า??</p>
<p>?ของขวัญคริสต์มาสที่วิเศษสุดในชีวิตของเราคือ การมีแกอยู่ด้วยในวันคริสต์มาส</p>
<p>?ถึงจะต้องผ่านอะไรมามากมาย แต่แกมีความสุขเสมอ เราวางของขวัญไว้ใต้ต้นคริสต์มาสและช่วยแกะให้แก ตั้งแต่เดือนที่แล้วเราเอาใจแกมากเป็นพิเศษ เพราะอยากทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้แกมีความสุขกับคริสต์มาสสุดท้ายมาก ที่สุด</p>
<p>?แกชอบวันคริสต์มาส มันเจ็บปวดมากที่เห็นแกทรมานแบบนี้</p>
<p>?หมอบอกว่าวันหนึ่งแกจะหลับไปเฉยๆ และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ใจหนึ่งฉันก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แกจะได้ไม่ต้องทรมานอีก แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เราพยายามทำทุกวันราวกับเป็นวันสุดท้ายของแก เราฉลองคริสต์มาสด้วยกัน เพราะเป็นวันที่แกชอบมากที่สุดในรอบปีเสมอมา?</p>
<p>เพจยังรักเสียงเพลง ชอบดูดีวีดีหนังเพลงเรื่องมามา มิอา! เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอได้ไปพักผ่อนที่ฟลอริดากับพ่อแม่และเคฟตัน น้องชายวัย 8 ขวบ และได้ดินเนอร์คริสต์มาส</p>
<p>เพจยังได้ลงว่ายน้ำกับโลมาในทริปนี้ ซึ่งจัดการโดยมูลนิธิเมค อะ วิช</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นอาการของเธอทรุดลงเรื่อยๆ ราเชลที่คอยดูแลเพจตลอดเวลา บอกว่าลูกสาววัยรุ่นกินหรือดื่มไม่ได้แล้ว สมองฝ่อลง กล้ามเนื้อคอตีบทำให้บางครั้งสำลักน้ำลายตอนนอน มีอาการชักที่หมอบอกว่าอาจทำให้แกจากไปได้ทุกเมื่อ</p>
<p>?หมอบอกว่าสมองแกเหมือนคนอายุ 70 และยังติดเชื้อแบคทีเรียเอ็มอาร์เอสเอ ซึ่งเป็นเชื้อโรคดื้อยา</p>
<p>?ทั้งหมดนี้ทำให้เราคิดว่าน่าจะแต่งบ้านรับคริสต์มาสเร็วที่สุดเท่าที่เป็น ไปได้ ถึงอย่างนั้น เราภาวนาให้แกได้อยู่ฉลองกับเราในวันจริง</p>
<p>?แกชอบกินอาหาร แต่ทุกวันนี้เราต้องให้อาหารทางท่อ แกจะได้กินนมตอนกลางวันและกินน้ำตอนกลางคืน</p>
<p>?คริสต์มาสปีนี้แกคงกินอาหารไม่ได้ และเราทุกคนคงรู้สึกผิดที่นั่งล้อมวงกินข้างๆ แก แกชอบกลิ่นอาหารจากในครัว?</p>
<p>ลีห์ วัย 33 ปี ที่ทำงานเป็นผู้ดูแลเด็กพิการสำทับว่า ?เพจชอบไฟ นั่งดูนอนดูได้เป็นชั่วโมง นอกจากนอนเกือบ 20 ชั่วโมงต่อวันแล้ว แกยังชอบดูมามา มีอา! ไม่รู้จักเบื่อ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/12/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความดี พูด&#8221;ง่าย&#8221; แต่ทำ &#8220;ยาก&#8221;</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 08:19:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>charoen</dc:creator>
				<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำยาก]]></category>
		<category><![CDATA[พูดง่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ความดี&#8221; / &#8220;สิ่งดี&#8221; มีใครบ้างที่ไม่อยากจะได้? หลายครั้งมันก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น คนอื่นไม่ทำ ก็อาย หรืออย่างบางทีอยากจะตักบาตร แต่ตื่นสายบ้าง หาพระไม่เจอบ้าง แต่ก็นั่นแหละอะไรที่มันได้มาง่ายๆ มันก็ไม่ค่อยภูมิใจใช่ป่ะ? คิดดูละกันว่า ถ้าไป&#8221;ภูกระดึง&#8221; ระหว่างเดินขึ้น กับ นั่งรถกระเช้า อันไหนภูมิใจกว่ากัน? คิดได้ดังนี้ ก็เอามาเป็นกำลังใจในการสร้างความดีกันดีกว่า ทำวันละนิดจิตแจ่มใส ทำวันละนิดแล้วคุณจะรู้ว่าความดีสร้างง่ายๆที่ตัวคุณ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ความดี&#8221; / &#8220;สิ่งดี&#8221; มีใครบ้างที่ไม่อยากจะได้? หลายครั้งมันก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น คนอื่นไม่ทำ ก็อาย หรืออย่างบางทีอยากจะตักบาตร แต่ตื่นสายบ้าง หาพระไม่เจอบ้าง แต่ก็นั่นแหละอะไรที่มันได้มาง่ายๆ มันก็ไม่ค่อยภูมิใจใช่ป่ะ? คิดดูละกันว่า ถ้าไป&#8221;ภูกระดึง&#8221; ระหว่างเดินขึ้น กับ นั่งรถกระเช้า อันไหนภูมิใจกว่ากัน? คิดได้ดังนี้ ก็เอามาเป็นกำลังใจในการสร้างความดีกันดีกว่า ทำวันละนิดจิตแจ่มใส ทำวันละนิดแล้วคุณจะรู้ว่าความดีสร้างง่ายๆที่ตัวคุณ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนุ่มโคมา 23 ปีเผยรู้ตัวตลอดเวลา ขอบคุณแม่ ?ผู้ศรัทธาอย่ายอมแพ้?</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b2-23-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b2-23-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 07:23:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[อย่ายอมแพ้]]></category>
		<category><![CDATA[อัมพาต]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[แม่ของชายที่ถูกวินิจฉัยผิดพลาดว่าอาการโคมาแบบหมดทางรักษามากว่า 23 ปี ฝากบอกไปถึงทุกคนว่า ?อย่ายอมแพ้?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="4">
<tbody>
<tr>
<td align="left" valign="baseline"><span style="color: #003366;">โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></td>
<td align="left" valign="baseline">25 พฤศจิกายน 2552 12:46 น.</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="4" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="middle"><img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="17" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Right">
<tbody>
<tr>
<td width="5"><img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="5" height="1" /></td>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300">
<tbody>
<tr>
<td width="300" align="center" valign="Top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/552000015414501.JPEG" border="0" alt="" width="300" height="199" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="left" valign="baseline">โจเซฟีนดูแลลูกชาย เหมือนกับเขาเป็นคนปกติ เพราะเชื่อว่ารอมรับรู้และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ เพียงแต่ไม่สามารถสื่อสารออกมาได้เท่านั้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img src="http://manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>เอเจนซีส์ ? แม่ของชายที่ถูกวินิจฉัยผิดพลาดว่าอาการโคมาแบบหมดทางรักษามากว่า 23 ปี ฝากบอกไปถึงทุกคนว่า ?อย่ายอมแพ้?</strong></p>
<p>รอม ลูกชายของโจเซฟีน ฮูเบน เป็นอัมพาตตั้งแต่อายุ 20 ปีหลังอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1983</p>
<p>แม้แพทย์ยืนยันว่าสมองของรอมไม่รับรู้สิ่งใด แต่โจเซฟีนไม่ยอมรับ ซ้ำยืนกรานว่าลูกชายเข้าใจสิ่งที่เธอพูดตลอด 23 ปีที่นอน ?โคมา?</p>
<p>สามปีที่แล้ว โจเซฟีนติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสมองชื่อดังให้มาตรวจอาการรอมอีกครั้ง และพบว่าสมองของเขาทำงานเกือบปกติ แต่เป็นอัมพาตทั้งตัว ดังนั้น แม้ไม่สามารถควบคุมอวัยวะในร่างกายได้ แต่รอมสามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวทั้งหมด</p>
<p>ปัจจุบัน รอมในวัย 46 ปี สามารถสื่อสารเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษโดยใช้คีย์บอร์ดพิเศษที่ติดอยู่บนรถเข็น</p>
<p>?ประเด็นสำคัญคืออย่ายอมแพ้ คุณต้องมีศรัทธา ฉันและสามีรู้โดยสัญชาติญาณมาตลอดว่าเขายังเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนเรา ไม่ใช่ผักอย่างที่หมอบอก</p>
<p>?เพราะเขาสามารถเบนสายตาไปในทิศทางที่ฉันบอกได้ แต่หมอกลับคิดว่าเป็นแค่อาการกล้ามเนื้อกระตุกหรือเรื่องบังเอิญเท่านั้น</p>
<p>?อย่างไรก็ตาม เราพยายามทำให้ชีวิตเขาเป็นปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ ถึงเขาจะมองอะไรไม่ค่อยเห็นก็ตาม เขาไม่ได้ตาบอด แต่มองเห็นได้จำกัดมากเพราะสมองถูกทำลายจากอุบัติเหตุ</p>
<p>?เราพาเขาไปพักผ่อนทางใต้ของฝรั่งเศสบ่อยๆ ฉันใช้ช้อนป้อนอาหารให้เขา เราคุยกับเขาและทำทุกอย่างเหมือนเขาเป็นคนปกติ</p>
<p>?ตอนที่สามีของฉันเสียเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ฉันไปหาเขาที่โรงพยาบาลและบอกว่าพ่อตายแล้ว เขาหลับตาลงทันที ถึงไม่มีน้ำตาแต่ฉันรู้ว่าเขาเข้าใจทุกอย่าง<br />
?เมื่อไม่นานนี้ที่เขาเริ่มสื่อสารกับฉันได้ เขาส่งข้อความผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์บอกฉันว่า ?ผมเสียใจที่ช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลยตอนที่พ่อตาย??<br />
รอมที่ขณะนี้พักอยู่ในสถานพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษในโซลเดอร์ เบลเยียม ยังเล่าให้ฟังผ่านนักบำบัดที่ช่วยพิมพ์ข้อความให้ว่า แรกๆ เขาโกรธเกรี้ยวที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่สุดท้ายก็เรียนรู้ที่จะอยู่ในสภาพที่เป็น รอมยังเล่าเรื่องที่ตัวเองไม่มีหนทางบอกให้หมอ เพื่อนหรือครอบครัว รู้ว่าเขาฟังและเข้าใจทุกคำที่ทุกคนพูด</p>
<p>?ผมชื่อรอม ผมยังไม่ตาย?</p>
<p>?พยาบาลที่เข้ามาดูแล บางคนแตะแขนผมและพูดว่า ?หมดหวัง??</p>
<p>?ผมทำสมาธิ คิดเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง เพราะผมทำได้แค่นั้น ผมไม่อยากโทษใคร ไม่มีประโยชน์จริงๆ ชีวิตผมเป็นหนี้ครอบครัว เพราะคนอื่นยอมแพ้กันไปหมดแล้ว?</p>
<p>?ผมเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวราวกับเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ของโลกแห่งละคร เรื่องประหลาดๆ ของคนไข้คนอื่นๆ การเดินเข้ามาของหมอ พยาบาลที่ซุบซิบอย่างไม่กระดากใจเรื่องแฟนต่อหน้า ?คนไร้สติ??</p>
<p>?แต่นั่นทำให้ผมกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์โดยปริยาย?</p>
<p>เรื่องราวของรอมถูกเปิดเผยออกมาในวารสารงานวิจัยโดยดร.สตีเวน ลอรีย์ส นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยลีชที่ ?ช่วยชีวิต? รอม</p>
<p>?หมอที่ดูแลเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผมคงพูดไม่ได้ว่าหมอที่ดีกว่านั้นจะสังเกตเห็นความผิดปกติของรอมหรือ เปล่า เพราะสมองคนเราซับซ้อนมาก</p>
<p>?นี่เป็นความผิดพลาดของระบบ เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีคนๆ หนึ่งประทับตราคุณว่า ?ไม่มีสติสัมปชัญญะ? ก็คงยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดนี้?</p>
<p>โดมินิก ฮิวจ์ส ผู้สื่อข่าวของบีบีซีในเบลเยียม บอกว่ากรณีของรอมกระตุ้นให้เกิดคำถามว่า ยังมีคนอื่นๆ อีกมากน้อยแค่ไหนที่ถูกวินิจฉัยว่าโคมา แต่จริงๆ แล้วถูกขังอยู่ในร่างกายของตัวเองและพยายามสื่อสารกับผู้อื่น</p>
<p>ในรายงาน ดร.ลอรีย์สระบุว่า 40% ของผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าอยู่ในสภาพผัก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นั้น เมื่อมีการตรวจสมองอย่างละเอียดกลับพบสัญญาณของการรับรู้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b2-23-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครที่กำลังท้อและหมดหวังลองอ่านนี่ดู..เผื่อมันจะช่วยอะไรได้บ้าง</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 09:08:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประสบการณ์ เรื่องเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อแท้]]></category>
		<category><![CDATA[หมดหวัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องราวต่อไปนี้  อาจจะเปลี่ยนแปลง ?ทัศนคติ? ที่คุณมีต่อชีวิตคุณได้
ผมได้สนทนากับเพื่อนคนหนึ่ง
ถึงแม้ว่า เขาจะทำงานสองอย่าง
รายได้แต่ละเดือน หักลบรายจ่ายแล้ว
ยังเหลือแค่พันกว่า แต่เขาก็มีความสุขมาก
ผมอดแปลกใจไม่ได้ ที่เขามีความสุขขนาดนั้น
เพราะเขามีรายได้น้อย ต้องประหยัดมัธยัสถ์
จึงจะพอมีเงินเหลือเลี้ยงดู คุณพ่อคุณแม่สูงอายุ
พ่อตาแม่ยาย ภรรยา และลูกสาวอีกสองคน
ไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จุกจิกภายในครอบครัว ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="3">
<tbody>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://fwmail.teenee.com/etc/img8/m225433.jpg" alt="" /></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong> </strong><strong> เรื่องราวต่อไปนี้ </strong> อาจจะเปลี่ยนแปลง ?ทัศนคติ? ที่คุณมีต่อชีวิตคุณได้<br />
ผมได้สนทนากับเพื่อนคนหนึ่ง<br />
ถึงแม้ว่า เขาจะทำงานสองอย่าง<br />
รายได้แต่ละเดือน หักลบรายจ่ายแล้ว<br />
ยังเหลือแค่พันกว่า แต่เขาก็มีความสุขมาก<br />
ผมอดแปลกใจไม่ได้ ที่เขามีความสุขขนาดนั้น<br />
เพราะเขามีรายได้น้อย ต้องประหยัดมัธยัสถ์<br />
จึงจะพอมีเงินเหลือเลี้ยงดู คุณพ่อคุณแม่สูงอายุ<br />
พ่อตาแม่ยาย ภรรยา และลูกสาวอีกสองคน<br />
ไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จุกจิกภายในครอบครัว</p>
<p>เขาอธิบายให้ฟังว่า เป็นเพราะหลายปีก่อน เขาได้เห็นเหตุการณ์<br />
บางอย่างที่ประเทศอินเดีย ขณะนั้นเขา ประสบปัญหาที่สาหัสมาก<br />
สภาพจิตใจตกต่ำ จึงไปเที่ยวอินเดียเพื่อให้สบายใจขึ้น</p>
<p>เขาได้เห็นกับตา ผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่ง ถือมีดอีโต้<br />
ตัดแขนขวาของลูกตัวเอง สายตาที่หมดหวังของผู้หญิงคนนั้น<br />
และเสียงร้องครวญครางด้วยความ เจ็บปวดของเด็กอายุสี่ขวบ<br />
จนบัดนี้ยังวนเวียนอยู่ในใจเขามิรู้ลืม</p>
<p>คุณอาจจะถามว่า ทำไมแม่คนนั้นจึงต้องทำเช่นนี้ ?<br />
เป็นเพราะลูกของเธอ ซุกซนเกินไปหรือเปล่า ?<br />
หรือเป็นเพราะแขนของเด็กติดเชื้อ ?<br />
&#8230;ไม่ใช่&#8230;ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://fwmail.teenee.com/etc/img8/m225434.jpg" alt="" /></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong> </strong>ที่แท้ทำไปเพื่อให้เด็กสามารถไปขอทานตามถนน<br />
แม่ผู้สิ้นหวังคนนั้น จงใจทำให้ลูกตัวเองพิการ<br />
เพื่อเขาสามารถออกขอทานตาม ท้องถนนได้</p>
<p>เพื่อนของผมคนนี้ ตกใจแทบช๊อก ขนมปังในมือ<br />
ที่เพิ่งกินได้ครึ่งก้อน ตกหล่นลงพื้น ทันทีทันใดก็มีเด็กๆ<br />
ห้าหกคน กรูกันเข้ามา แย่งชิงขนมปัง ที่เลอะทรายบนพื้น<br />
เหมือนกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ เวลาผจญกับความหิวโหย<br />
เขาตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว</p>
<p>ไกด์ของเขาขับรถพาไปยังร้านขนมปังที่ใกล้ที่สุด<br />
เขาเข้าไปในสองร้าน ของละแวกนั้น ขอซื้อขนมปัง<br />
ทั้งหมดในร้าน เจ้าของร้านขนมปังแปลกใจมาก<br />
แต่ก็ยินดีขายขนมปังทั้งหมด ให้เขา เขาใช้เงินทั้งหมด<br />
ไม่ถึงหนึ่งร้อยเหรียญ ซื้อขนมปังมาประมาณสี่ร้อยกว่าก้อน<br />
(ตกก้อนละไม่ถึง 25 เซน) แล้วใช้อีกหนึ่งร้อยเหรียญ<br />
ซื้อของใช้ประจำวัน</p>
<p>และแล้ว เขาก็นั่งบนรถบรรทุก พร้อมด้วยขนมปังเต็มคันรถ<br />
ขับไปบนถนน ขณะที่เขาแจกจ่ายขนมปัง และของใช้ประจำวัน<br />
ให้กับเด็ก ๆ ซึ่งพิการเป็นส่วนใหญ่นั้น พวกเขาล้วนโค้งคำนับ<br />
ให้ด้วยความดีใจ นั่นเอง เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขาคิดได้ว่า</p>
<p>ทำไมคนเราจึงสามารถละทิ้ง ศักดิ์ศรีของตนเอง</p>
<p>เพียงเพื่อชิ้นขนมปัง ราคาไม่ถึง 25 เซน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://fwmail.teenee.com/etc/img8/m225435.jpg" alt="" /></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong> </strong>เขาเริ่มบอกตนเองว่า ตนเองนั้นโชคดีแค่ไหน<br />
เขามีร่างกาย ครบสามสิบสอง มีอาชีพการงาน<br />
มีครอบครัว มีโอกาสบ่นว่าอาหารชิ้นไหนดี อาหาร<br />
ชิ้นไหน ไม่อร่อย มีโอกาสสวมใส่เสื้อผ้า มีโอกาส<br />
ครอบครองสิ่งของมากมายที่คนเหล่านี้ ไม่มี</p>
<p>ตอนนี้ ผมเริ่มคิดได้ และตระหนักได้ว่า ชีวิตของผมมันย่ำแย่<br />
จริงหรือ ? บางทีมันอาจไม่ได้ย่ำแย่ ขนาดนั้นก็ได้ คุณละ ?<br />
บางที เมื่อครั้งหน้าคุณรู้สึกว่า ชีวิตของตนกำลังย่ำแย่<br />
ลองคิดถึงเด็ก คนที่ต้องเสียแขนเพื่อเป็น ขอทานคนนั้นดูสิ !</p>
<p>? ความรู้สึกพอ ?<br />
ไม่ใช่มาจากการเติมเต็มสิ่งที่คุณต้องการ<br />
แต่มาจากการตระหนักว่า คุณมีมากมายและเพียงพอ</p>
<p>เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูอีกบานหนึ่งก็จะเปิดออก<br />
แต่บ่อยครั้ง เรามัวแต่จ้องบานประตู ที่ปิดลงเท่านั้น<br />
ไม่ได้สังเกตเห็น ประตูอีกบานหนึ่ง ที่เปิดออกเพื่อเรา</p>
<p>จริงอยู่ พวกเรามักจะรู้ว่า ตนเองมี<br />
ก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมัน แต่พวกเราก็ต้องคอยจนกว่า<br />
ของสิ่งนั้นมาถึง จึงจะรู้ตัวว่า เราไม่มีมัน</p>
<p>การมอบความรักทั้งหมดให้กับผู้อื่น</p>
<p>มิได้หมายความว่า เราจะได้รับความรัก ตอบกลับมาอย่างเท่าเทียมกัน<br />
อย่าหวังว่า รักผู้อื่นแล้วผู้อื่นจะรักตอบ จงสนใจแค่ให้ความรักนั้น เติบโต<br />
ขึ้นในใจพวกเขา แต่ถ้าไม่เติบโตขึ้นเลย</p>
<p>ก็จงพอใจกับความรักที่เติบโตขึ้นในใจ ของคุณเอง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://fwmail.teenee.com/etc/img8/m225436.jpg" alt="" /></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong> </strong>จงอย่ามองเพียงรูปภายนอก เพราะสักวันมันจะหลอกคุณ<br />
จงอย่ามองแค่ความร่ำรวย ทรัพย์สมบัติ เพราะสักวันมันจะจางลง</p>
<p>หาใครสักคน ที่ยิ้มให้คุณ เพราะเมื่อมีรอยยิ้มจะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น<br />
หาใครสักคน ที่ทำให้คุณอมยิ้มได้จากใจจริง<br />
บางครั้ง เมื่อคุณคิดถึงใครสักคน ความคิดถึงนั้น อาจถึงขั้นให้คุณคว้า<br />
ตัวเขาออกมาจากความฝัน โอบกอดตัวเขาเอาไว้ ไล่ตามความฝัน<br />
ของคุณเอง</p>
<p>ไปยังที่ ๆ คุณอยากไป &#8230; เป็นอย่างคน ที่คุณอยากเป็น</p>
<p>เพราะคุณ มีเพียงชีวิตเดียว</p>
<p>โอกาสและเวลา มีไม่มาก ในการทำสิ่งที่คุณอยากทำ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อกับแม่สอนว่า&#8230;</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 08:11:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำสอน]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อกับแม่]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[Dad&#038;Mom taught me to recognize the worth of money but never let me to be greedy.
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักค่าของเงิน แต่ไม่เคยสอนให้เราเป็นคนเห็นแก่เงิน

Dad&#038;Mom taught me to economize but don't me to be stingy.
พ่อกับแม่สอนให้รู้จักอดออม ไม่ได้สอนให้เป็นคนขี้งก

Dad&#038;Mom taught me to love myself but also share this love to other.
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักรักตัวเอง แต่ต้องแบ่งปันความรักให้กับคนอื่นด้วย

Dad&#038;mom have never taught me to surrender but didn't teach me only the way to get the win.
พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้เรายอมแพ้ และก็ไม่ได้สอนให้เรารู้จักแต่เอาชนะ

Dad&#038;Mom taught me to be patiently but don't let someone bully ourselves.
พ่อกับแม่สอนให้เราอดทน แต่ต้องไม่ยอมให้คนอื่นมาข่มเหงรังแกได้

Dad&#038;Mom taught me the attempt not to be a dogmatic girl.
พ่อกับแม่สอนให้เรามีความพยายาม ไม่ได้สอนให้เป็นคนดันทุรัง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://variety.teenee.com/foodforbrain/img3/71106.jpg" alt="" /></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong> </strong><br />
<strong> </strong><br />
<strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to recognize the worth of money but never let me to be greedy. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักค่าของเงิน แต่ไม่เคยสอนให้เราเป็นคนเห็นแก่เงิน<br />
<strong> <em><br />
Dad&amp;Mom taught me to economize but don&#8217;t me to be stingy. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้รู้จักอดออม ไม่ได้สอนให้เป็นคนขี้งก</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to love myself but also share this love to other. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักรักตัวเอง แต่ต้องแบ่งปันความรักให้กับคนอื่นด้วย</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;mom have never taught me to surrender but didn&#8217;t teach me only the way to get the win. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้เรายอมแพ้ และก็ไม่ได้สอนให้เรารู้จักแต่เอาชนะ</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to be patiently but don&#8217;t let someone bully ourselves. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เราอดทน แต่ต้องไม่ยอมให้คนอื่นมาข่มเหงรังแกได้</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me the attempt not to be a dogmatic girl. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรามีความพยายาม ไม่ได้สอนให้เป็นคนดันทุรัง</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to be gently not weakly. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เราอ่อนโยน หากแต่ต้องไม่อ่อนแอ</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom have never taught me to look other down because every people has same status. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้เราดูถูกคน เพราะคนทุกคนเท่าเทียมกัน</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom told me to keep my self-interest but don&#8217;t forget the social&#8217;s gain. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมผลประโยชน์ของส่วนรวม</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom want me to go forward but they always teach me the old tradition. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้รักความก้าวหน้า แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะบอกถึงประเพณีดีงามเก่า ๆ</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to stand in my way but never violate other&#8217;s liberty. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เราเป็นตัวของตัวเอง แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to know the way to bring happiness into my my life but this must interrupt no one. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้รู้จักแสวงหาความสุข หากแต่ต้องไม่เดือดร้อนใคร</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom told me don&#8217;t trust stranger easily but never teach me to be suspicious. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนว่าอย่าไว้ใจใครง่าย ๆ แต่ไม่เคยสอนให้เราเป็นคนขี้ระแวง<br />
<strong> <em><br />
Dad&amp;Mom taught me to have creation not only imagination. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักคิดและฝัน แต่ต้องลงมือทำด้วย (ต้องเป็นสิ่งดี ๆ ด้วยนะ)</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me the belief not the foolishness. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้รู้จักคำว่า &#8220;ศรัทธา&#8221; ไม่ใช่คำว่า &#8220;งมงาย&#8221;</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to be brave not to be overconfident. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เราแข็งแกร่ง แต่ไม่แข็งกระด้าง</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom have never taught me to be both of optimist and pessimist but they taught me to look in the real way it is. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้มองโลกในแง่ดีหรือร้าย หากแต่ต้องรู้จักมองในมุมที่มันเป็น</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to know to confess but should know to improve and rectify, too. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักยอมรับ แต่ต้องรู้จักปรับปรุงแก้ไขด้วย</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me the gratitude but don&#8217;t want me to mark for revenge. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรากล้าหาญ ไม่ใช่บ้าบิ่น</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me the discipline but never forget to teache me to relax. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรามีระเบียบวินัย แต่ต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน<br />
.<br />
<strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to keep tidy but they told me don&#8217;t mind the dirt.<br />
</em> </strong> พ่อกับแม่สอนให้เรารักสะอาด แต่อย่ารังเกียจความสกปรก</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me to aspire but don&#8217;t want me to be jealous. </em> </strong><br />
พ่อกับแม่สอนให้เรารู้จักทะเยอทะยาน แต่ไม่เคยสอนให้เราเป็นคนขี้อิจฉา</p>
<p><strong> <em> Dad&amp;Mom taught me about giving not only want me to get it but also want me to share to other.<br />
</em> </strong> พ่อกับแม่สอนเราเกี่ยวกับการ &#8220;ให้&#8221; ไม่ใช่เพียงต้องการให้เรารับ หากแต่ต้องรู้จัก &#8220;แบ่งปัน&#8221; ด้วยเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่ไปและที่มาของการชู 2 นิ้ว (สู้ตาย)</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9-2/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Nov 2009 08:01:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สู้โว้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องดีดี]]></category>
		<category><![CDATA[แง่คิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=52</guid>
		<description><![CDATA[
 เคยสงสัยรึเปล่าคะว่าทำไม เวลาที่เราต้องการให้กำลังใจใครหรือให้กำลังใจตัวเอง (ประมาณว่า &#8220;สู้ๆ สู้ตาย&#8221;) 
หรือแม้กระทั่งเวลาถ่ายรูปกับเพื่อนเราจะต้องมีท่าบังคับอย่างท่า                              &#8220;สู้ตาย&#8221; ชู 2 นิ้ว อยู่เสมอ&#8230;  ทำไมต้องชูสองนิ้วด้วยล่ะ ชูสามนิ้วไม่ได้เหรอ???
สำหรับการชู 2 นิ้ว หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://variety.teenee.com/foodforbrain/img7/71188.jpg" alt="" /></p>
<p><strong> เคยสงสัยรึเปล่าคะว่าทำไม เวลาที่เราต้องการให้กำลังใจใครหรือให้กำลังใจตัวเอง (ประมาณว่า &#8220;สู้ๆ สู้ตาย&#8221;) </strong></p>
<p>หรือแม้กระทั่งเวลาถ่ายรูปกับเพื่อนเราจะต้องมีท่าบังคับอย่างท่า                             <strong> &#8220;สู้ตาย&#8221; ชู 2 นิ้ว อยู่เสมอ&#8230; </strong> ทำไมต้องชูสองนิ้วด้วยล่ะ ชูสามนิ้วไม่ได้เหรอ???</p>
<p>สำหรับการชู 2 นิ้ว หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า                             <strong> &#8220;V sign&#8221; </strong> นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในความหมายของ                             <strong> <span style="text-decoration: underline;"> &#8220;ชัยชนะ&#8221; คือ V แทนคำว่า Victory </span> </strong> ค่ะ ถ้าน้องๆ ลองไปเปิดดูอัลบั้มรูปเก่าๆ ของตัวเองน้องๆ จะพบว่าตั้งแต่เราเกิดมาเราถ่ายภาพด้วยท่าชู 2 นิ้วไว้มากมายโดยที่เราไม่รู้ตัว คิดอะไรไม่ออกก็ชู 2 นิ้วไว้ก่อนแล้วกัน ^^</p>
<p>นอกจากนี้การชูสองนิ้วยังหมายถึง &#8220;สันติภาพ&#8221; และ &#8220;การดูถูกท้าทาย&#8221; ได้อีกด้วย &#8230;โดยหากเราไปแสดงอากัปกิริยาด้วยการ ชูสองนิ้วแต่หันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง ในสหราชอาณาจักรอย่างอังกฤษ สกอตแลนด์แล้ว ถือว่าเป็นการแสดงท่าทางดูถูกต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ค่ะ<br />
โดยความหมายของการทำเช่นนี้นั้น จะเหมือนกับการที่เราไปทำท่าที่หยาบคายอย่างการ                             <strong> &#8220;ชูนิ้วกลาง&#8221; (The Finger) </strong> ให้คนอื่นเลยทีเดียว ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือว่าร้ายแรงและเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมากเลยล่ะ<br />
ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา การชู 2 นิ้วนั้นจะใช้กันในความหมายที่ว่า เป็นการแสดงสันติภาพมากกว่า โดยเริ่มได้รับความนิยมมาจากการที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิด สันติภาพในช่วงทศวรรษที่ 1960<br />
สำหรับประเทศในทวีปเอเชียนั้น ส่วนใหญ่จะใช้กันตอนถ่ายรูปโดยไม่ได้มีความหมายอะไรซ่อนอยู่เลย (กลายเป็นท่าฮิตไปซะอย่างงั้น -..-?) แต่ในเวลาต่อมา ผู้คนนอกทวีปเอเชียเริ่มหันมาชู 2 นิ้วตอนถ่ายรูปกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากบรรดาการ์ตูนของญี่ปุ่นที่ไปได้รับความ นิยมในประเทศอื่นๆ นั่นเอง<br />
นอกจากนี้บางคนยังเชื่อว่า                              <strong> การที่ชาวญี่ปุ่นนิยมชู 2 นิ้วนั้นต้องการสื่อถึงเรื่องสันติภาพ </strong> หลังจากที่ญี่ปุ่นโดนบอมบ์ด้วยระเบิดปรมณูไป (และที่สำคัญหลายคนมักจะคิดว่าการชูสองนิ้วถ่ายรูปนั้นจะทำให้ตัวเองน่ารัก เหมือนสาวญี่ปุ่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วท่านี้ก็ไม่ได้ทำให้คนดูดีทุกคนหรอกค่ะ 55)<br />
สำหรับจุดเริ่มต้นของการชู 2 นิ้วนั้น ไม่มีการบันทึกเอาไว้อย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็เป็นที่เชื่อกันมาอย่างยาวนานว่า จุดเริ่มต้นของการชู 2 นิ้วนั้น เริ่มจากพลธนูชาวเวลส์ ที่ต่อสู่ร่วมกับอังกฤษในการสู้รบที่หมู่บ้านอกินคอร์ต ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1415 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีการกล่าวไว้ว่า ทหารฝรั่งเศสจะตัดนิ้วมือข้างขวาของพลธนูชาวเวลส์ที่ถูกจับตัวได้ไป 2 นิ้ว จนไม่สามารถยิงธนูได้อีก ด้วยเหตุนี้ บรรดาพลธนูชาวเวลส์ที่ยังไม่ถูกจับตัวจึงชูนิ้ว 2 นิ้วเป็นการดูถูกท้าทายทหารของฝรั่งเศส<br />
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะเนี่ยว่าท่าชู 2 นิ้ว ที่เราใช้เป็นท่าบังคับในการถ่ายรูปกัน จะมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานขนาดนี้แถมยังมีความหมายที่ลึกซึ้งและยิ่ง ใหญ่อีกต่างหาก <strong> <span style="text-decoration: underline;"> &#8230; ว่าแต่ต่อไปนี้เวลาจะชู 2 นิ้ว ก็ระวังหน่อยแล้วกันนะคะ อย่าชูผิดด้านล่ะไม่อย่างนั้นล่ะ มีเรื่องแน่ค่ะ 555+<br />
</span> </strong><br />
<strong> </strong></p>
<div><strong> -`๏&#8217;- มิสเกรนเจอร์ -`๏&#8217;- </strong></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b9-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถเมล์ไม่น่าจอด</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 22:36:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[รถเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนรวม]]></category>
		<category><![CDATA[เสียสละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[มีคู่รักคู่หนึ่งนั่งรถเมล์ที่กำลังตรงไปในเมืองในหุบเขา มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ลงกลาง
ทาง หลังจากที่พวกเขาได้ลงแล้ว รถเมล์ก็วิ่งต่อไป แต่เพียงไม่นานก็มีหินก่อนขนาดมหึมา
ได้ตกลงมาจากที่สูงมาก และทับรถเมล์คันนั้นพังยับเยิน ทุกคนที่อยู่ในรถในเวลานั้นเสียชีวิต
ทั้งหมด คู่รักคู่นั้นเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็พูดขึ้นว่า &#8220;ถ้าพวกเรายังอยู่ในรถคันนั้นก็ดี
น่ะซิ!&#8221;
คนส่วนใหญ่น่าจะคิดว่า &#8220;ยังดีนะที่เราลงจากรถก่อน!&#8221; แต่คู่รักคู่นี้กลับพูดสิ่งที่ต่างจากคน
ส่วนใหญ่ คุณคิดว่าเพราะอะไร???
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
ตอบมาก่อนนะว่าคิดว่าไง เดี๋ยวจะเฉลยทีหลัง
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
&#62;
ขอเฉลยน๊า
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
ถ้าพวกเขายังคงอยู่และไม่ได้ลงจากรถ รถเมล์คันดังกล่าวก็จะไม่ต้องหยุดรถเพื่อพวกเขา
และจะขับเลยตำแหน่งที่หินถล่มลงมา!!
ในชีวิตของพวกเรานั้น ให้ลองมองด้วยมุมมองที่ต่างจากของตัวเองและพยายามเข้าใจและช่วยเหลือผู้
อื่นมากขึ้น อย่าได้ใช้ชีวิตอย่างขาดสติและเฉยเมย ทำเพื่อตัวเองอีกต่อไปเลย
ข้อมูลจาก http://www.icygang.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีคู่รักคู่หนึ่งนั่งรถเมล์ที่กำลังตรงไปในเมืองในหุบเขา มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ลงกลาง<br />
ทาง หลังจากที่พวกเขาได้ลงแล้ว รถเมล์ก็วิ่งต่อไป แต่เพียงไม่นานก็มีหินก่อนขนาดมหึมา<br />
ได้ตกลงมาจากที่สูงมาก และทับรถเมล์คันนั้นพังยับเยิน ทุกคนที่อยู่ในรถในเวลานั้นเสียชีวิต<br />
ทั้งหมด คู่รักคู่นั้นเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็พูดขึ้นว่า &#8220;ถ้าพวกเรายังอยู่ในรถคันนั้นก็ดี<br />
น่ะซิ!&#8221;</p>
<p>คนส่วนใหญ่น่าจะคิดว่า &#8220;ยังดีนะที่เราลงจากรถก่อน!&#8221; แต่คู่รักคู่นี้กลับพูดสิ่งที่ต่างจากคน<br />
ส่วนใหญ่ คุณคิดว่าเพราะอะไร???</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ตอบมาก่อนนะว่าคิดว่าไง เดี๋ยวจะเฉลยทีหลัง<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
&gt;<br />
ขอเฉลยน๊า</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ถ้าพวกเขายังคงอยู่และไม่ได้ลงจากรถ รถเมล์คันดังกล่าวก็จะไม่ต้องหยุดรถเพื่อพวกเขา<br />
และจะขับเลยตำแหน่งที่หินถล่มลงมา!!</p>
<p>ในชีวิตของพวกเรานั้น ให้ลองมองด้วยมุมมองที่ต่างจากของตัวเองและพยายามเข้าใจและช่วยเหลือผู้<br />
อื่นมากขึ้น อย่าได้ใช้ชีวิตอย่างขาดสติและเฉยเมย ทำเพื่อตัวเองอีกต่อไปเลย</p>
<p>ข้อมูลจาก http://www.icygang.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>TUNE UP YOUR INSPIRATION</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/tune-up-your-inspiration/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/tune-up-your-inspiration/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 22:30:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[TUNE UP]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[หากจะว่าไปแล้ว สิ่งที่ทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจจึงเหมือนเป็นไฟที่ลุกโชติ สร้างความหวังให้กับมนุษย์ แต่คำว่าแรงบันดาลใจนี้สร้างไม่ได้ง่ายดั่งใจฝันเลย วันนี้เราขอเสนอวิธีสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตและการทำงานครับผม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากจะว่าไปแล้ว สิ่งที่ทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจจึงเหมือนเป็นไฟที่ลุกโชติ สร้างความหวังให้กับมนุษย์ แต่คำว่าแรงบันดาลใจนี้สร้างไม่ได้ง่ายดั่งใจฝันเลย วันนี้เราขอเสนอวิธีสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตและการทำงานครับผม</p>
<p><strong>ระยะ หลัง ๆ นี้คำว่าแรงบันดาลใจ ( Inspiration ) ถูกนำมาใช้ให้เป็นสาเหตุสำคัญของการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งงานศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กวี เพลง ฯลฯ</strong> หลาย ๆ คนอยากมีแรงบันดาลใจบ้าง และอยากรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดได้?ใช่ไหม ? ลองฟังประวัติชีวิตของอัจฉริยะคนนี้ดูซิ?.</p>
<p>หลาย ๆ คนคงเคยรู้จักประวัติชีวิตของ Stephen Hawking ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกยุคนี้ เขาเป็นผู้อธิบายสภาวะของหลุมดำและการกำเนิดของจักรวาล เป็นการเปิดฉากจักรวาลวิทยาซึ่งเป็นหลักฟิสิกส์ยุคใหม่ของโลกทีเดียว</p>
<p>ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เขาเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ขยับได้เพียงนิ้วสองนิ้วและซีกหน้าด้านซ้ายเท่านั้น</p>
<p>เขา เป็นโรคประสาทกล้ามเนื้อเสื่อม (Motor Neurone Disease) ประสาทส่วนกลางส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อจะเสื่อมตายไปเรื่อย ๆ เหลือเพียงสมองเท่านั้นที่ยังดีอยู่ และยังคงความเป็นอัจฉริยะอยู่ได้ด้วยสมองที่ยอดเยี่ยมของเขา</p>
<p>เขาเรียนจบระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์</p>
<p>เมื่อ เขาเห็นความตายมารออยู่ แทนที่จะหมดหวังและนั่งรอความตาย แต่เขากลับเกิด ?แรงบันดาลใจ? ที่จะทำชีวิตให้มีคุณค่ามากที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ที่เขาถนัด ผลงานโด่งดังหลาย ๆ อย่างจึงปรากฏขึ้น โดยใช้ตัวช่วยในการทำงานเป็นคอมพิวเตอร์และบุตรสาว</p>
<p>ผมอ่านชีวประวัติของเขาด้วยความทึ่ง และ เกิดความคิดทันทีว่า?</p>
<p><strong>ที่ เขามีแรงบันดาลใจ (Inspiration) สูงมาก ที่จะทำงานที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตต่อไปแม้ร่างกายใกล้ตาย มองเห็นความตายชัดเจนอยู่ใกล้ ๆ แล้วนั้น เป็นเพราะ</strong></p>
<p>1. เขามีแรงผลัก (Drive) ให้ทำงานสูงมาก เป็นแรงผลักที่มาจากความกลัวตายและยังไม่อยากตาย ทำให้เกิดเป็นความกร้าวแกร่ง ( Aggressive Drive) ที่จะสู้กับความตาย โดยทำกิจกรรมให้เต็มที่ เพื่อจะได้ไม่ต้องนึกถึงความกลัวความตาย Aggressive Drive นี้ ถ้าใช้ในทางที่เหมาะสมจะเกิดผลงานที่สร้างสรรค์ได้มากมาย แต่ถ้าใช้แบบไม่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดความปั่นป่วนรบกวนสังคมได้มากมายเช่น กัน</p>
<p>2. เขามีแรงจูงใจ (Motivation) ให้ทำงานสูงมาก เป็นเพราะในยามเขาป่วยย่อมมีชีวิตที่น่าเบื่อ อยู่ไปวันหนึ่ง ๆ เหมือนรอความตาย และพบกับความจำเจซ้ำซากทุกวัน ถ้าหากเขาทำงานให้เต็มที่ ความน่าเบื่อนั้นก็คงจะหมดไป จึงเกิดเป็นความกระตือรือร้น สนุก รู้สึกตัวเองมีค่ามากขึ้นเมื่อทำงานได้สำเร็จ และอาจจะนึกไปถึงอนาคตที่ผลงานอาจได้จารึกในประวัติศาสตร์ของโลกต่อไป กลายเป็นบุคคลสำคัญของโลก</p>
<p>แรงจูงใจจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก</p>
<p>เราคงรู้กันมาแล้วว่า แรงผลักและแรงจูงใจนี้มีความสำคัญมากในการดำรงชีวิตอยู่และในการทำงาน</p>
<p>แต่ ในเงื่อนไขชีวิตของเราส่วนใหญ่ที่ยังสบายดีอยู่ รักความสบาย ยังอยากอยู่แบบสบาย ๆ ต่อไป แรงผลักและแรงจูงใจก็ไม่เกิดเต็มที่หรอก จึงทำให้ไม่เกิดแรงบันดาลใจด้วย</p>
<p>ในกรณีตัวอย่างของ สตีเฟ่น ฮอร์กิ้ง นี้ เขาได้รับเงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษ คือมีความตายมาเคาะประตูชีวิตแล้ว เขาจึงใช้แรงผลักและแรงจูงใจอย่างมากมายและสร้างสรรค์ จึงเกิดแรงบันดาลใจอย่างพิเศษร่วมกับความอัจฉริยะของเขา ทำให้ได้ผลงานชิ้นเยี่ยม ๆ ของโลกดังกล่าวแล้ว</p>
<p>ถ้า คุณอยากได้แรงบันดาลใจอย่างนี้บ้าง จงลองคิดว่าเราอยู่ใกล้ความตายทุกนาทีซิ เราจะตายเมื่อไรก็ได้ (แม้ขณะนี้เรายังแข็งแรง สบาย มีเงินใช้ก็ตาม) เพราะชีวิตเรามีความไม่แน่นอนทุกวินาที</p>
<p>อาจจะทำให้เราเกิดแรง ผลักชนิดกร้าวแกร่งอย่างสร้างสรรค์ และเกิดแรงจูงใจให้หนีจากความน่าเบื่อหน่ายซ้ำซากจำเจ ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจสุด ๆ เป็นพลังให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่คาดคิดก็ได้</p>
<p>ผลงานใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นแน่ ๆ แม้อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าสตีเฟ่น ฮอร์กิ้ง</p>
<p>แต่ผลงานจะมากขึ้น และยิ่งใหญ่กว่า ผลงานที่เกิดขึ้นจากการที่คุณคิดและดำเนินชีวิตอย่างปกติ จำเจอย่างทุกวันนี้แน่ ๆ</p>
<p>ผลงานดีๆ จาก <a href="http://www.wiseknow.com/blog/2009/07/04/2857/" target="_blank">http://www.wiseknow.com/blog/2009/07/04/2857/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/tune-up-your-inspiration/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 09:06:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ

ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ

ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน

ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ...    
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><strong><span><span>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้<br />
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ<br />
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ<br />
</span></span><br />
</strong><strong><span><span><span>ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม<br />
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่<br />
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ<br />
</span></span></span><br />
</strong><strong><span><span><span>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์<br />
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่<br />
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ<br />
</span></span></span><br />
</strong><strong><span><span><span>ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่<br />
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ<br />
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน</span></span></span></strong><span><span><span><strong>ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น<br />
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน<br />
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ&#8230;</strong>????<br />
</span></span></span><br />
?<br />
<span><span><span>โดยท่าน ว.วชิรเมธี?<br />
ขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร </span></span></span></p>
<p>?</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลแห่งความตระหนี่</title>
		<link>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 08:50:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[คติสอนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตระหนี่]]></category>
		<category><![CDATA[ทาน]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงตามหาบัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.proud.in.th/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[เรา มีเงินหนึ่งพันบาทเก็บไว้ เก็บไว้เท่าไรก็ไม่เห็นมันแสดงอาการอะไร เก็บไว้อย่างนั้นเจ้าของก็ภูมิใจว่าเรามีเงินพันบาท เงินพันบาทอยู่โน้น เจ้าของอดตายอยู่นี้ ไม่เห็นเป็นประโยชน์อะไรเจ้าของก็เงินพันบาทพอจับเงินพันบาทนี้ไปซื้อสิ่ง ของปั๊บ ได้ผลได้ประโยชน์มาเลย พอจับเงินนี้ไปเสียสละทำบุญให้ทานนี้ ทางผู้ได้รับ มีความยิ้มแย้มแจ่มใสตอบรับกันเราก็ให้ด้วยความยินดี ให้ด้วยความเมตตาสงสาร เขาก็รับด้วยความยินดี เพราะเราไปสงเคราะห์เขา นั่นแสดงความดีใจขึ้นมาในทันทีทันใด เงินจำนวนนี้นะ จำนวนที่เราเสียสละถ้าเก็บไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ไม่เห็นมีอะไร เจ้าของก็ภูมิใจ บ้าไปอย่างนั้นล่ะ ตายแล้วก็มาเป็นเปรตเป็นผีเฝ้าสมบัติภูมิใจกับเปรตของตัวเองนั่นแหละ แต่เวลาเอาไปเสียสละแล้ว ภูมิใจในการได้ให้เขาด้วย เขาก็ภูมิใจในการที่ได้รับจากเราด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เมื่อ พูดถึงผลดีของทาน การรู้จักให้แล้วถ้าจะไม่กล่าวถึงผลแห่งความตระหนี่ก็ดูจะขาดความสมบูรณ์ไป เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ท่านได้แสดงเอาไว้ว่า &#8220;ถ้าเป็นความตระหนี่ถี่เหนียวแล้ว เอาละไปไหน จนตรอก จนมุม แม้อยู่ในหมู่มนุษย์ บริษัทบริวารมีน้อยมากทีเดียว ใครเขาไม่อยากไปเกี่ยวข้องแหละ คนตระหนี่ถี่เหนียว ถ้าเป็นนักเสียสละ เป็นคนใจกว้างใจขวาง ไปที่ไหน เพื่อนฝูงไม่อด เวลาตาย นี้เต็มไปด้วยคนมาในงานศพ คนตระหนี่ถี่เหนียวตาย แล้วไม่ค่อยมีใครมาในงานศพนะ เขาไม่อยากมา ไม่มีแก่ใจที่จะมาเพราะความตระหนี่ถี่เหนียวนี่ละ ไม่ใช่ของดี ความตระหนี่ถี่เหนียว<br />
เอ้า เราจะสมมติให้เห็นชัดๆว่า<br />
<strong>เรา มีเงินหนึ่งพันบาทเก็บไว้ เก็บไว้เท่าไรก็ไม่เห็นมันแสดงอาการอะไร เก็บไว้อย่างนั้นเจ้าของก็ภูมิใจว่าเรามีเงินพันบาท เงินพันบาทอยู่โน้น เจ้าของอดตายอยู่นี้ ไม่เห็นเป็นประโยชน์อะไรเจ้าของก็เงินพันบาทพอจับเงินพันบาทนี้ไปซื้อสิ่ง ของปั๊บ ได้ผลได้ประโยชน์มาเลย พอจับเงินนี้ไปเสียสละทำบุญให้ทานนี้ ทางผู้ได้รับ มีความยิ้มแย้มแจ่มใสตอบรับกันเราก็ให้ด้วยความยินดี ให้ด้วยความเมตตาสงสาร เขาก็รับด้วยความยินดี เพราะเราไปสงเคราะห์เขา นั่นแสดงความดีใจขึ้นมาในทันทีทันใด เงินจำนวนนี้นะ จำนวนที่เราเสียสละถ้าเก็บไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ไม่เห็นมีอะไร เจ้าของก็ภูมิใจ บ้าไปอย่างนั้นล่ะ ตายแล้วก็มาเป็นเปรตเป็นผีเฝ้าสมบัติภูมิใจกับเปรตของตัวเองนั่นแหละ แต่เวลาเอาไปเสียสละแล้ว ภูมิใจในการได้ให้เขาด้วย เขาก็ภูมิใจในการที่ได้รับจากเราด้วย</strong></p></blockquote>
<p>นั่น ผลประโยชน์ต่างกัน การเก็บไว้กับการเสียสละ การเสียสละ เป็นความดีงาม เอามากทีเดียว เวลาจะเป็นจะตายก็อาศัยจำนวนที่เสียสละเท่านั้น ส่วนที่เก็บไว้นี่ ไม่ได้อาศัยมันแหละ ตายแล้วก็มีแต่เป็นเปรตเป็นผี มาอาศัยเกาะอยู่นั้น ไม่เกิด ประโยชน์อะไร&#8221;</p>
<p>บทความคำสอนของพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี<br />
ขอบคุณบทความจากธรรมะไทย</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=10924">http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=10924</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.proud.in.th/2009/11/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
