บทเรียน..จากชายขายส้มตำ

เที่ยงวันหนึ่ง ฉันเดินออกไปทานข้าวกลางวันกับพี่ๆที่ออฟฟิตเหมือนทุกๆวัน บังเอิญไปเจอส้มตำเจ้าอร่อย(คนที่ออฟฟิตบอก) เป็นชายวัยกลางคนตัวสูงผอม ผิวคล้ำไปด้วยแดด จากการเดินเข็ญรถขายส้มตำตลอดวัน?? ฉันแวะสั่งส้มตำปูปลาร้า (แหนะกินเป็นน่ะ) ส้มตำเจ้าอร่อยหรือไม่อร่อย ฉันวัดจากตำปูปลาร้านี่หละ เห็นน้าเค้าเข็ญผ่านหน้าออฟฟิตไปหลายทีแต่ไม่มีโอกาสได้กินสักที วันนี้หละ
?? ในขณะที่พ่อค้ากำลังง่วนกับการตำ ให้ลูกค้าเจ้าอื่นอยู่ ฉันก็สำรวจรถเข็ญของน้าเค้าไปเรื่อย มีทั้ง ถั่วแระต้ม ข้าวโพดต้ม ไก่ทอด กุ้งทอด เต็มไปหมด ฉันเห็นผักสดที่กินแกล้มกับส้มตำอยู่ในถัง มัทั้งผักบุ้งยอดอ่อน ใบบัวบกก้านยาวๆ กะหล่ำปลี และอีกชนิดเรียกไม่ถูกคล้ายๆ ก้านผักตบชวา เค้าว่าอร่อย
?? พ่อเค้าหยิบถุงพลาสติกให้ฉัน บอกว่า จะกินผักอะไรก็หยิบเอาเลย ตามสบาย
?? ฉันบอกไปว่า ” แหม๊ ให้ลูกค้าหยิบผักเองแบบนี้ แล้วจะได้กำไรเหรอน้า?”
?? น้าคนขายส้มตำยิ้ม แล้วบอกว่า “ก็ได้กำไรชีวิตไงหนู”? ฉันอึ้งกับคำพูดที่ดูจริงจังของน้าเค้ามาก ว้าว ยังมีคนที่คิดแบบนี้ในสังคมอีกกี่คนหนอ มันไม่ใช่แค่เรื่องผักเล็กๆน้อยๆหรอก แต่ฉันคิดว่ามันอยู่ที่จิตใจของคนพูดมากกว่าที่ออกมาจากใจจริง?
? ในยุคที่ น้ำฟรี ตามร้านข้าว ไม่มีให้กินแล้ว บางร้าน ทิชชู่ยังต้องซื้อถ้าจะเอา คงจะพอมีคนประเภทอยุ่ในมุมเล็กๆของเมืองที่เรียกว่า กรุงเทพฯ อยุ่บ้าง?
?? ไม่ใช่ดีแต่พูดว่า [...]